ท่องเที่ยวไทย.ที่วัดอ่างทองวรวิหาร

       

     วัดอ่างทองวรวิหาร วัดอ่างทอง เดิมเป็นวัดราษฎร์เล็ก ๆ 2 วัด คือวัดโพธิ์ทองและวัดโพธิ์เงิน สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมาใน พ.ศ.2443 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จทางชลมารคได้ทอดพระเนตรเห็นวัดทั้งสองนี้จึงมีพระราชดําริให้รวมเป็นวัดเดียวกัน พระราชทานว่า “วัดอ่างทอง”

         ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดวรวิหาร ตั้งอยู่ที่ตําบลบางแก้ว หรือ ข้างศาลากลางจังหวัดอ่างทอง พุทธสถานที่สําคัญได้แก่ พระอุโบสถซึ่งสร้างขึ้นใหม่ระหว่าง พ.ศ.2499 – 2500 แทนอุโบสถหลังเดิมที่สร้างตั้งแต่ 2445 เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน พระเจดีย์ทรงระฆังแปดเหลี่ยม ประดับกระจกสี หมู่กุฏิทรงไทย ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัย เป็นพระประธานคู่วัดมาตั้งแต่เดิม และค่อนข้างชํารุดทรุดโทรมใกล้จะหักพังลงมา จึงได้มีการหล่อพระประธานขึ้นใหม่ด้วยโลหะ ลงรักปิดทอง แต่กลับไม่คาดคิด พระพุทธรูปที่เอนเอียงใกล้จะพังกลับมีลักษณะที่ตั้งตรงกับฉัตรเหนือพระเศียรพอดี ก่อเกิดความประหลาดใจให้กับผู้พบเห็น ประชาชนจึงพากันเลื่อมใสและบูรณปฏิสังขรณ์ให้มีความแข็งแรงขึ้น ส่วนพระประธานองค์ใหม่ได้นํามาประดิษฐานไว้หน้าองค์เดิม

         นอกจากจะมีพระอุโบสถที่งดงามแล้ว ยังมีเจดีย์สีทองอร่ามทรงระฆังบรรจุพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานอยู่บริเวณพระอุโบสถ มีหอระฆังคู่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้ากุฏิไม่สักทรงไทยที่สวยงามด้วยศิลปะสถาปัตยกรรมแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้นที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์เป็นอย่างยิ่ง และอาคารโรงเรียนปริยัติธรรมสโมสร เป็นสถาปัตยกรรมประยุกต์แบบตะวันตก ทรงปันหยา ก่ออิฐถือปูน 2 ชั้น สร้างเมื่อ พ.ศ.2461 โดยพระโพธิวงศาจารย์ (แผ้ว)

ที่มา : http://www.angthong.go.th/

Advertisements

“ท่องเที่ยวไทย.ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง”

วัดพระธาตุลำปางหลวง

ตั้งอยู่ในเขต:   ตำบลลำปางหลวง อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง อยู่ห่างจากตัวเมืองลำปาง ไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 18 กิโลเมตรวัดพระธาตุลำปางหลวง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองลำปางมาแต่โบราณ ตามตำนานกล่าวว่ามีมาตั้งแต่สมัยพระนางจามเทวีในราวพุทธศตวรรษที่ 20 ตอนปลายเป็นวัดไม้ที่สมบูรณ์ที่สุด แห่งหนึ่งของไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่มากมาย

   พระธาตุลำปางหลวง เป็นพระธาตุประจำปีเกิดของ คนปีฉลู ด้วยเริ่มสร้างในปีฉลูและเสร็จในปีฉลู เช่นกัน ฐานเป็นบัวลูกแก้วส่วนองค์เป็นทรงกลมแบบล้านนาภาย นอกบุด้วยทองจังโก ยอดฉัตรทำด้วยทองคำ มีลายสลักดุนเป็นลวดลายประจำยามแบบต่างๆ ลักษณะเจดีย์ แบบนี้ได้ส่งอิทธิพลให้พระธาตุหริภุญไชย และพระบรมธาตุจอมทอง ภายในองค์พระเจดีย์บรรจุพระเกศาและพระอัฐิธาตุ จากพระนลาฎข้างขวา พระศอด้านหน้าและด้านหลัง ที่รั้วทองเหลืองรอบองค์พระธาตุมีรูกระสุนปืนที่ หนานทิพย์ ช้างยิงท้าวมหายศปรากฏอยู่

การเดินทางไปวัดพระธาตุลำปางหลวง 

1. โดยรถยนต์ส่วนตัว
วัดพระธาตุลำปางหลวงตั้งอยู่ที่ ตำบลลำปางหลวง ห่างจากตัวเมืองลำปางประมาณ 18 กิโลเมตร ตามทางหลวงสายลำปาง-เถิน ถึงหลักกิโลเมตรที่ 586 เลี้ยวเข้าไปจนถึงที่ว่าการอำเภอเกาะคา จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าอีก 1 กิโลเมตร

2.รถโดยสาร

หากเดินทางโดยรถโดยสารประจำทางสามารถใช้บริการรถสองแถวสีฟ้าที่ถนนรอบเวียงใกล้ตลาดออมสิน

คลิปแนะนำ.วัดพระธาตุลำปางหลวง

“Hearing the Sunshine “

“ท่องเที่ยวไทย.ที่วัดกลางธรรมสาคร”

ไฟล์:วัดกลาง ตำบลบ้านเกาะ.jpg

วัดกลางธรรมสาคร หรือ วัดกลาง

อยู่ที่ ตำบลบ้านเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ห่างจากตัวอำเภอ 3 กิโลเมตรวัดกลางเป็น วัดโบราณตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ไม่ปรากฏชื่อผู้สร้าง มีพระอุโบสถที่มีลวดลายรูปปั้นสวยงาม ภายในอุโบสถมีพระประธานเป็นพระพุทธรูปปูนปั้นลงรักปิดทองมีพุทธลักษณะงดงาม เป็นศิลปะแบบรัตนโกสินทร์ตอนต้นผสมศิลปะแบบลาวหลวงพระบาง และจิตรกรรมฝาผนังที่เก่าแก่หายากสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น เป็นภาพพระเวสสันดรชาดกและเทพชุมนุม

หอระฆังของวัด

ที่มา:http://th.wikipedia.org/wiki/

“ท่องเที่ยวไทย.ที่อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว”

อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว      เป็นป่าดิบเขาสลับทุ่งหญ้าและป่าสน เช่น ป่าสนสามใบ อากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี มีดอกไม้ป่าพันธุ์ต่างๆ เช่น ดอกหงอนนาค ดอกไม้ดินต่างๆ ขึ้นอยู่กลางป่าสน ภูสอยดาวสามารถจะมาท่องเที่ยวได้ทั้งปี แต่ถ้าหากอยากดูดอกไม้สีสวยๆ ที่มักจะขึ้นเพื่อรับความชุ่มชื้นในช่วงหน้าฝน ควรจะมาในช่วงปลายฝนต้นหนาว

สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจ 

1.น้ำตกภูสอยดาว อยู่ใกล้ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว มี 5 ชั้น มีน้ำไหลตลอดปี แต่จะมีน้ำมากในช่วงหน้าฝน  ลานสน การเดินทางสู่ยอดลานสนต้องขึ้นเขาลาดชันเกือบตลอดเส้นทาง และผ่านเนินต่าง ๆ

2.น้ำตกสายทิพย์ เป็นน้ำตกที่อยู่ท่ามกลางลานสนมีทั้งหมด 7 ชั้น ทางลงสู่น้ำตกจะอยู่ด้านซ้ายมือจากลานกางเตนท์ สามารถเดินลงไปชมได้ถึงชั้น 7 แต่ละชั้นจะไม่สูงมากนักเป็นน้ำตกที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งด้วยสายน้ำสีขาวสะอาดตาไหลมาตามเชิงชั้นของโขดหินที่ปกคลุมไปด้วยมอสไลเคน

การเดินทาง จากจังหวัดอุตรดิตถ์ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1045 ผ่านเขื่อนสิริกิติ์ สู่อำเภอน้ำปาด ระยะทาง 68 กิโลเมตร ต่อจากนั้นใช้เส้นทาง หมายเลข 1239 ไปทางบ้านห้วยมุ่นอีกประมาณ 47 กิโลเมตร และจากบ้านห้วยมุ่นใช้เส้นทางหมายเลข 1268 อีก 18 กิโลเมตร ก็จะถึงน้ำตกภูสอยดาว ซึ่งเป็นจุดเริ่มเดินเท้าขึ้นสู่ยอดลานสน

คลิปแนะนำ.อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว


 

ที่มา:http://travel.sanook.com/575771/

เที่ยวหัวใจใหม่ เมืองไทยยั่งยืน

คลิปการท่องเที่ยวไทย.

“ท่องเที่ยวไทย.ที่อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก”

อนุสาวรีย์พระยาพิชัยดาบหัก

             ประดิษฐานอยู่หน้าศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์สร้างขึ้นและทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2512  เพื่อเป็นเกียรติประวัติของท่านในความองอาจ กล้าหาญรักชาติ และเสียสละ เมื่อครั้งพระยาพิชัยซึว่งครองเมืองพิชัยในสมัยกรุงธนบุรีได้สร้างเกียรติประวัติไว้มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อ พ.ศ. 2316  พม่ายกทัพมาตีเมืองพิชัย พระยาพิชัยยกทีพไปสกัดพม่าจนแตก พ่ายกลับไปการรบในครั้งนั้นดาบคู่มือของพระยาพิชัยได้หักไปหนึ่งเล่ม จึงได้สมญานามว่าพระยาพิชัยดาบหัก”

พิพิธภัณ์ดาบเหล็กน้ำพี้ใหญ่ที่สุดในโลก

      ในอาคารด้านซ้ายมือของอนุสาวรีย์พระยาพิชัยเป้นแหล่งรวบรวมเรื่องราวของเหล็กน้ำพี้อาวุธโบราณ เครื่องใช้สมัยต่างๆ ตลอดจนเครื่องรงของขลังที่ทำจากเหล็กน้ำพื้และยังเป็นที่เก็บรักษาดาบเหล็กน้ำพี้ขนาดใหย๋ที่สุดในโลก มีความยาว 9.24 เมตร มีน้ำหนัก 450 กิโลเมตร ใช้เหล็กน้ำพี้ 557.8 กิโลเมตร มีฝักดาบและด้ามเป็นประตูฝังลวดลายมุกหุ้มปลอกเงินสลักลาย ดาบทำด้วยเหล็ก น้ำพี้โดยหาซื้อจากราษฎรบ้านน้ำพี้ ที่มีแหล่งเหล็กกล้าโบราณของไทย บยดาบจะแกะสลักลวดลายและลงอักขระตัวอักษรขอใช้เวลาหาเหล็กน้ำพี้ถึง 6เดือนและใช้เวลาหล่อดาบ 3 เดือนจึงแล้วเสร็จ

พิพิธภัณฑ์พระยาพิชัยดาบหัก

      อาคารด้านขวาของอนุสาวรีย์พระยาพิชัย ในอาคารจัดแสดงประวัติของพระยาพิชัย ประวัติการสู้รบแบบจำลองสนามรบ และวิถีชีวิตในสมับอยุธยาตอยปลาย เครื่องใช้โบราณตลอดจนอาวุธประเภทต่างๆของพระยาพิชัย

ที่มา: http://www.utdid.com/utdid1/html/0000062.html

“ท่องเที่ยวไทย.ที่อำเภอปาย”

ที่มาของ “อำเภอปาย”

                         อำเภอปายตั้งอยู่ในจังหวัด แม่ฮ่องสอน เป็นเมืองก่อนประวัติศาสตร์ที่มีคนตั้งถิ่นฐาน เป็นเมืองเก่าแก่ สำคัญสมัย ล้านนา แต่เดิมตั้งอยู่ที่ตำบลเวียงเหนือเป็นเมืองเก่าแก่มาช้านาน ในสมัยราชวงศ์มังราย ซึ่งมีเมืองเชียงใหม่ เป็น ศูนย์กลาง ต่อมาอำเภอปาย ได้ร้างไปพร้อมกับเมืองเชียงใหม่ เมืองปายได้ฟื้นฟูเป็นหมู่บ้านและพัฒนาเป็น อำเภอ ปายโดยมีผู้คนหลายกลุ่มชาติพันธุ์อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ ตามประวัติิความเป็นมาอณาจักรล้านนาเรียกอำเภอปายว่า “บ้านดอน” ทั้งนี้เนื่องจากมีที่ตั้งอยู่บนดอนมีป่าไม้ไผ่่ล้อมรอบ มีแม่น้ำไหลผ่าน 2 สาย คือ แม่น้ำปายและแม่น้ำเมือง และมี มีหลักฐานว่า เจ้าเมืองคนแรกคือ ขุนส่างปายและในสมัย พระเจ้าโหตรประเทศ พระราชาธิบดี เจ้าผู้ครองนคร เชียงใหม่ ส่ง เจ้าแก้วเมือง ออกสำรวจชายแดน ได้พบว่าภูมิประเทศน่าสนใจ จึงแนะนำให้ขุนส่างปาย ย้ายเมืองมา ตั้งฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปายเพราะที่ราบกว้างขวาง ผู้คนจึงเรียกเมืองใหม่ ว่า เวียงใต้ ส่วนเมืองเก่าเรียกว่า เวียงเหนือ

สถานที่ท่องเที่ยวใน”อำเภอ”

       

1. ปางอุ๋ง เป็นหมู่บ้านภายในโครงการพระราชดำริปางตอง 2 (ปางอุ๋ง) ในพระบรมราชินูปถัมป์ของสมเด็จพระบรมราชินีนาถลักษณะพื้นที่เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่บนยอดเขาสูง ริมอ่างเก็บน้ำเป็นแนวสนที่ปลูกเรียงรายอย่างกลมกลืนยามพระอาทิตย์ขึ้นจะสะท้อนผืนน้ำเป็นลำแสงสีทองผ่านแนวสนเขียวขจีงดงามจนถือได้ว่าเป็นทะเลสาบที่สวยที่สุดในเมืองไทยเปรียบได้กับ นิวซีแลนด์เมืองไทย และเมื่อได้สัมผัสกับแปลงพันธ์ไม้เมืองหนาวหลากสีสันที่ปลูกประดับในโครงการ ฯ ซึ่งปางอุ๋งเปรียบเสมือนกับ สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทย

2.น้ำตกหมอแปง เป็นน้ำตกขนาดกลาง เล่นน้ำได้ ช่วงฤดูแล้งน้ำน้อย มีชาวเขา เผ่ามูซอแดง อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง บริเวณรอบๆ น้ำตก มีป่ายางร่มรื่น ใกล้กับน้ำตกหมอแปง คือ น้ำตกม่วงสร้อย การเดินทาง 4 บ้านหมอแปง ตำบลแม่นาเติง เดินทางโดยรถยนต์ได้สะดวก และมีชาวเขา เผ่ามูซอแดง อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง บริเวณรอบๆ น้ำตก มีป่ายางร่มรื่น อยู่ห่างจาก ตัวอำเภอปายประมาณ 8 – 9 กม. (สายปาย แม่ฮ่องสอน)

3.สะพานประวัติศาสตร์  อยู่ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 88 คุณจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนสะพานแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยกองทหารประเทศญี่ปุ่น เพื่อใช้ข้ามแม่น้ำปายและลำเลียงเสบียงและอาวุธเข้าไปยังประเทศพม่า หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง อำเภอปายจึงกลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้งหนึ่ง โดยหลงเหลือไว้เพียงแต่สะพานแห่งนี้ว่า “สะพานประวัติศาสตร์”

4.อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง มีทรัพยากรที่สมบูรณ์คล้ายเป็นของขวัญที่ธรรมชาติทักถอไว้ให้  จุดชมวิวห้วยน้ำดังหรือที่รู้จักกัน ดอยกิ่วลม จุดชมทะเลหมอกที่สวยงามยามอรุณรุ่ง ที่สามารถเห็นพระอาทิตย์ขึ้นผ่านไอหมอก  นอกเหนือจากจุดชมวิว  ยังมีน้ำพุร้อนโป่งเดือด และเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติโป่งเดือด ภายในอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดังมีบ้านพักรับรอง จัดเตรียมไว้สองจุด คือบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติ และบริเวณโป่งเดือด พร้อมที่อาบน้ำแร่ให้ชำระล้างร่างกายคลายอ่อนล้า หากใครที่ต้องการใกล้ชิดธรรมชาติ ก็สามารถกางเต้นท์นอนได้ในสถานที่จัดไว้ให้ มีทั้งเต้นท์และเครื่องนอนไม่เสียเวลาแบกมาจากบ้านด้วย สำหรับใครที่ไม่อยากพักที่ห้วยน้ำดังแต่อยากแวะไปเที่ยว มานอนที่ปายก็ไม่ไกลห้วยน้ำดังเท่าไหร่

 

5.ถนนคนเดิน  

ลักษณะของถนนคนเดิน อ.ปาย เดิมที่มีเพียงการวางแผงสินค้าที่ระลึกเล็ก ๆ ริมถนนของชาวบ้านในอำเภอปาย จำพวกสินค้าพื้นเมืองประเภทหัตถกรรมต่าง ๆ ของชาวเขา เช่น หมวก เสื่้้อผ้า รองเท้าลูกปัด กำไล สร้อยคอ อาศัยแสงไฟอันน้อยนิดจากท้องถนน บ้างก็ใช้ตะเกียง หรือแสงจากเทียน กลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เน้นที่ชาวต่างชาติมากกว่า ชาวบ้านเริ่มขายอาหารท้องถิ่น เปิดเป็นร้านค้าอาหารยุโรป น้ำดื่ม เหล้า เคาว์เตอร์เบียร์ ฯลน พอนักท่องเที่ยวชาวไทยเพิ่มขึ้นในช่วง ปี 51-55 นี้ เริ่มมีร้านค้าจำพวก โปสท์การ์ด รถเข็นขายโรตี มัน เผือกเผาก๋วยเตี๋ยวร้านเบเกอร์รี่ ร้านปลาหมึกย่าง สุดแล้วแต่จะนำมาขายกัน ผสมปนเปกันจนไม่มีเอกลักษณ์เดิมซะเท่าไร

6.หมู่บ้านยูนนานและจีนฮ่อ  ก่อนนี้เป็นพื้นที่ที่เคยถูกมองว่าเป็นสีแดง เขตค้ายาเสพย์ติดของว้าแดงมาก่อน มีชาวเขาบ้านสันติชลเชื้อสายจีนพักพิงอยู่กว่าพันคน หากมองเข้าไปแล้วก็จะเจอบ้านดินที่เป็นแนวๆที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ มีของฝากจากชาวจีนยูนานมากมายจัดจำหน่ายอยู่ และมีลานกว้างเป็นสนามหญ้าและทางเดิน มีหินโบราณก้อนใหญ่ๆตั้งอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของลานที่หมูบ้านชาวจีนยูนานแห่งนี้และมีมังกรหันหัวลงดินหางชี้ฟ้า มีธงชาติไทยปักเป็นสัญลักษณ์อยู่

ที่มา: http://www.xn--s3cjh5bb2ad2i1e.com/travel

          http://webcache.googleusercontent.com/

คลิปแนะนำ. อำเภอปาย

“ท่องเที่ยวไทย.ที่วนอุทยานทุ่งบัวตอง(Tung Dok Buatong)”

  

1.ที่ตั้งและแผนที่

วนอุทยานทุ่งบัวตอง อยู่ในท้องที่ บ้านแม่อูคอ หมู่ที่ 6 ตำบลแม่อูคอ อำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่สุรินทร์ มีเนื้อที่ประมาณ 4,437 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2542 มีอาณาเขตติดต่อดังนี้
ทิศเหนือ จดบ้านหัวแม่สุรินทร์ หมู่ที่ 2

2.ลักษณะภูมิประเทศ

วนอุทยานทุ่งบัวตอง ตั้งอยู่บนภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 1,600 เมตร มีทิวทัศน์สวยงาม มองเห็นภูเขาสลับซับซ้อนคล้ายคลื่นในทะเล ในบริเวณพื้นที่ของวนอุทยานฯจะมีป่าธรรมชาติและป่าสนปลูกขึ้นสลับกัน

3.ลักษณะภูมิอากาศ

มีอากาศเย็นตลอดปี ฤดูหนาวอากาศหนาวมาก ตอนเช้าจะมีหมอกทึบ ตอนกลางวันอากาศเย็น เพราะมีลมพัดตลอดวัน

4.พืชพันธุ์และสัตว์ป่า

ป่าดิบเขา ป่าดิบเขาส่วนใหญ่จะพบบริเวณด้านทิศเหนือและทิศตะวันตกของทุ่งบัวตอง บริเวณลาดเขาและหุบเขามีพันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ ก่อเดือย ก่อแป้น ก่อนก เป็นต้น
ป่าสนเขา จะพบบริเวณด้านทิศตะวันออกและทิศใต้ของทุ่งบัวตอง เป็นป่าที่ปลูกขึ้นใหม่โดยองค์การอุตสากรรมป่าไม้ ตามเงื่อนไขสัมปทานป่าไม้ พันธุ์ไม้ที่พบได้แก่ สนสองใบ และสนสามใบ
สัตว์ป่า ที่พบได้แก่ ไก่ป่า ลิง ค่าง บ่าง ชะนี อีเห็น ชะมด เม่น ตะกวด กระรอก กระแต กระต่ายป่า พังพอน ตุ่น หนู อ้น งู และนกชนิดต่างๆ

5.การเดินทางรถยนต์ 

เส้นทางเข้าสู่ทุ่งบัวตองมี 2 เส้นทาง คือ
1.ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 108 ตรงหลักกิโลเมตรที่ 201 แยกเข้าทางหลวงหมายเลข1263 ไปประมาณ 12 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าทางสายบ้านนางิ้ว-บ้านหัวฮะ ไปอีก 14 กิโลเมตร
2.จากอำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ตามทางหลวงหมายเลข 1263 (แม่-แจ่ม-ขุนยวม) ถึงทางแยกเข้าบ้านนางิ้ว-บ้านหัวฮะ ระยะทาง 76 กิโลเมตร แล้วแยกเข้าไปอีก 14 กิโลเมตร
                                       
                                          

คลิปแนะนำ.วนอุทยานทุ่งดอกบัวตอง